
ตู้ความปลอดภัยชีวภาพ ตู้ Clean Bench และตู้ดูดควัน ต่างกันอย่างไร?
หากเลือกอุปกรณ์ควบคุมการแพร่กระจายผิดประเภท คุณอาจกำลังปกป้องสิ่งที่ไม่ควรปกป้อง ตู้ความปลอดภัยชีวภาพ (Biosafety Cabinet), ตู้ Clean Bench และตู้ดูดควัน (Fume Hood) มีจุดมุ่งหมายในการป้องกันที่แตกต่างกัน การใช้อุปกรณ์ทดแทนกันอาจส่งผลเสียต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ตัวอย่าง หรือสภาพแวดล้อมในห้องปฏิบัติการ คู่มือฉบับนี้จะอธิบายถึงวัตถุประสงค์การออกแบบของแต่ละอุปกรณ์ วิธีการเลือกให้เหมาะสมกับงานของคุณ และสิ่งที่ช่วยให้อุปกรณ์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
สรุปภาพรวม: การจับคู่อุปกรณ์ให้ตรงกับเป้าหมายการป้องกัน
การตัดสินใจเลือกระหว่าง Biosafety Cabinet vs Clean Bench vs Fume Hood ขึ้นอยู่กับว่าใครหรือสิ่งใดที่ต้องการการป้องกัน และงานที่ทำนั้นก่อให้เกิดความเสี่ยงประเภทใด
- ระบุเป้าหมายการป้องกันเป็นอันดับแรก ตู้ความปลอดภัยชีวภาพ (Biosafety Cabinet) ออกแบบมาเพื่อป้องกันผู้ปฏิบัติงาน สภาพแวดล้อม และในบางประเภทจะป้องกันชิ้นงานด้วย เป้าหมายการป้องกันสำหรับตู้ Clean Bench และตู้ดูดควันนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นโปรดตรวจสอบให้แน่ใจตามขั้นตอนของหน่วยงานและ SDS ก่อนเริ่มงาน
- พิจารณาความเสี่ยงจากการฟุ้งกระจาย (Aerosol) งานที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรคหรือสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมควรดำเนินการในตู้ความปลอดภัยชีวภาพ ไม่ใช่บนโต๊ะปฏิบัติการทั่วไป ขั้นตอนที่ทำให้เกิดการฟุ้งกระจาย เช่น การใช้เครื่องอัลตราโซนิก (sonication) หรือการปั่นเหวี่ยง (centrifugation) จะเพิ่มความเสี่ยงจากการสูดดมและโอกาสในการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม
- เลือกระดับของ BSC ให้เหมาะกับงาน Class I ให้การป้องกันผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม Class II เพิ่มการป้องกันผลิตภัณฑ์ผ่านระบบกรองอากาศแบบ HEPA Filter (downflow) Class III ให้ระดับการป้องกันสูงสุดสำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด
- ติดตั้งอุปกรณ์ให้ถูกต้อง แม้อุปกรณ์จะดีเพียงใดก็อาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหากติดตั้งใกล้กระแสลม พื้นที่ที่มีการสัญจร หรืออุปกรณ์อื่นที่ไม่เหมาะสม
- ปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้อง ความสูงของบานกระจก (sash), สัญญาณเตือนการไหลของอากาศ, การวางของบนพื้นที่ทำงาน และการขจัดการปนเปื้อนหลังใช้งาน ล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพการป้องกันของอุปกรณ์
- ทราบข้อกำหนดทางกฎหมายของไทย งานที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรคหรือสารพิษต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. 2558 ส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตรายต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ภาระผูกพันเฉพาะขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุที่ควบคุมและประกาศกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
Biosafety Cabinet vs Clean Bench vs Fume Hood: แต่ละอุปกรณ์ป้องกันสิ่งใด
วิธีปฏิบัติที่ง่ายที่สุดในการแยกอุปกรณ์ทั้งสามชนิดนี้คือการถามว่า: อันตรายมุ่งเป้าไปที่สิ่งใด และใครหรือสิ่งใดที่ต้องการการป้องกัน?
ตู้ความปลอดภัยชีวภาพ (Biosafety Cabinet): ป้องกันผู้ปฏิบัติงาน สิ่งแวดล้อม และตัวชิ้นงาน (ในบางประเภท)
ตู้ความปลอดภัยชีวภาพ (BSC) เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานแบบปิดที่มีระบบระบายอากาศ ซึ่งออกแบบมาเพื่อควบคุมอันตรายจากการฟุ้งกระจาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับ (Class) ของตู้ โดยสามารถป้องกันผู้ปฏิบัติงาน สภาพแวดล้อมในห้องปฏิบัติการ หรือวัสดุที่ทำงานอยู่ภายในตู้ หรือบางครั้งป้องกันทั้งสามอย่างพร้อมกัน
BSC Class I จะดึงอากาศจากภายนอกผ่านช่องเปิดด้านหน้าและระบายออกผ่านแผ่นกรอง HEPA ซึ่งช่วยป้องกันผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมจากละอองที่เกิดขึ้นภายใน แต่จะไม่ช่วยป้องกันชิ้นงานจากการปนเปื้อนที่มาจากภายในห้อง
BSC Class II เพิ่มระดับการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง โดยการใช้ลมที่ผ่านแผ่นกรอง HEPA เป่าลงบนพื้นผิวการทำงาน สร้างโซนปลอดเชื้อเพื่อปกป้องตัวอย่างหรือเชื้อที่เพาะเลี้ยงจากสภาพแวดล้อมภายนอก นี่คือเหตุผลว่าทำไม Class II จึงเป็นตัวเลือกมาตรฐานเมื่อต้องการป้องกันทั้งผู้ปฏิบัติงานและชิ้นงานไปพร้อมกัน โดยมีประเภทแยกย่อย 5 แบบ (A1, A2, B1, B2 และ C1) ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านการระบายอากาศและการหมุนเวียนอากาศ การเลือกประเภทให้เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะงานและควรตรวจสอบให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติปัจจุบัน
ตู้ Class III เป็นระบบปิดสนิทและควบคุมความดันเป็นลบ อากาศที่เข้าและออกจากตู้จะผ่านแผ่นกรอง HEPA และการปฏิบัติงานจะทำผ่านถุงมือที่ติดอยู่กับตู้ (gloves or gauntlets) การออกแบบนี้ให้การป้องกันผู้ปฏิบัติงานในระดับสูงสุด และมีไว้สำหรับงานที่จัดการกับเชื้อที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด
ข้อสังเกตสำหรับ Class II: ประสิทธิภาพของตู้ไวต่อสภาวะภายนอก ปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราการระบายอากาศในห้อง ความแตกต่างของความดัน และอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้เคียงอาจรบกวนรูปแบบการไหลของอากาศได้ ในขณะที่ Class I มีการออกแบบที่เรียบง่ายและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมมากกว่าในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องมีการป้องกันตัวชิ้นงาน
ตู้ Clean Bench และตู้ดูดควัน (Fume Hood)
ตู้ Clean Bench และตู้ดูดควันสารเคมีมีวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน และไม่มีอุปกรณ์ใดใช้แทนตู้ความปลอดภัยชีวภาพได้ในกรณีที่ต้องการป้องกันผู้ปฏิบัติงานหรือสิ่งแวดล้อมจากการทำงานด้านชีวภาพ สำหรับหลักการไหลของอากาศและเป้าหมายการป้องกันเฉพาะของอุปกรณ์เหล่านี้ โปรดศึกษากระบวนการของหน่วยงานและเอกสารประกอบอุปกรณ์ของคุณ สำหรับสารเคมีที่จะนำมาใช้งาน โปรดดู SDS เพื่อยืนยันว่าจำเป็นต้องใช้ตู้ดูดควันหรือระบบระบายอากาศแบบอื่นหรือไม่
การเลือกใช้อุปกรณ์ระหว่าง Biosafety Cabinet, Clean Bench และ Fume Hood: การเลือกตามกิจกรรมและความเสี่ยง
การเลือกอุปกรณ์ควรพิจารณาจากความเสี่ยง ไม่ใช่ความเคยชิน การตัดสินใจเลือกอุปกรณ์ต้องวิเคราะห์งานที่ทำจริงอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่ดูชื่อเชื้อทางชีวภาพหรือชื่อสารเคมีเท่านั้น
เริ่มต้นจากกิจกรรม ไม่ใช่แค่ชื่อสาร
การประเมินความเสี่ยงสำหรับงานทางชีวภาพครอบคลุมมากกว่าแค่การระบุชื่อเชื้อโรค กิจกรรมในห้องปฏิบัติการมีความสำคัญพอๆ กับตัวสารเอง ขั้นตอนที่ทำให้เกิดการฟุ้งกระจาย เช่น การใช้เครื่องอัลตราโซนิก การผสมสาร (vortexing) การปั่นเหวี่ยง หรือการเทสาร ล้วนเพิ่มโอกาสที่เชื้อจะฟุ้งกระจายและถูกสูดดมหรือตกลงบนพื้นผิว
ปัจจัยอื่นๆ ที่ควรพิจารณาได้แก่ ปริมาณและความเข้มข้นที่จัดการ เส้นทางการแพร่กระจายและปริมาณเชื้อที่ก่อให้เกิดโรค ความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน การมีอยู่ของยาป้องกันหรือการรักษา และความน่าเชื่อถือของโครงสร้างพื้นฐานในห้องปฏิบัติการ เช่น ระบบไฟฟ้าและระบบปรับอากาศ นี่ไม่ใช่รายการตรวจสอบที่ให้คำตอบอัตโนมัติ แต่เป็นวิธีคิดเชิงโครงสร้างเพื่อดูว่าความเสี่ยงที่แท้จริงอยู่ที่ใด
แนวทางปฏิบัติทางชีวภาพของไทยระบุประเด็นสำคัญว่า: งานที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรคหรือสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมไม่ควรทำบนโต๊ะปฏิบัติการทั่วไป กิจกรรมเหล่านี้ต้องดำเนินการในตู้ความปลอดภัยชีวภาพ
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงจากการฟุ้งกระจายได้อย่างเหมาะสม
การเลือกอุปกรณ์ผิดประเภทสำหรับงานทางชีวภาพที่อาจเกิดการฟุ้งกระจายไม่ใช่เรื่องของระเบียบการทางเทคนิคเท่านั้น หากการควบคุมไม่เพียงพอ ความเสี่ยงในการสูดดมจะสูงขึ้น และละอองเชื้ออาจแพร่กระจายไปยังพื้นผิวใกล้เคียงหรือออกไปนอกพื้นที่ปฏิบัติงาน การติดเชื้อจากการทำงาน ความเสียหายทางกายภาพ การปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม และการเป็นพาหะโดยไม่แสดงอาการ ล้วนเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการควบคุมที่ไม่เพียงพอ
สำหรับนักวิจัยที่ทำงานกับเซลล์เพาะเลี้ยง อาหารเลี้ยงเชื้อ หรือวัสดุปลอดเชื้อ ประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้ส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันการปนเปื้อนของตัวอย่าง หากคุณกำลังวางแผนหรือประเมินขั้นตอนการทำงานด้านเซลล์เพาะเลี้ยง ข้อมูลภาพรวมเกี่ยวกับ ประเภทของอาหารเลี้ยงเซลล์และหลักการเลือกสำหรับห้องปฏิบัติการวิจัยในไทย ของเราจะช่วยให้ข้อมูลในบริบทที่กว้างขึ้น
ข้อควรจำในการเลือกอุปกรณ์
- ตรวจสอบว่างานของคุณทำให้เกิดละอองฟุ้งกระจายหรือไม่ก่อนเลือกใช้อุปกรณ์
- เชื้อโรคและสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมต้องใช้งานในตู้ความปลอดภัยชีวภาพเท่านั้น
- พิจารณาความสามารถของผู้ปฏิบัติงานและความน่าเชื่อถือของโครงสร้างพื้นฐานร่วมในการประเมินความเสี่ยง
- สำหรับสารเคมีอันตราย ให้ปรึกษา SDS ปัจจุบันเพื่อกำหนดว่าควรใช้ตู้ดูดควันหรือการควบคุมการระบายอากาศแบบอื่น
พื้นฐานการติดตั้ง การจัดวาง และการใช้งานอย่างปลอดภัย
อุปกรณ์ที่เลือกมาอย่างถูกต้องอาจไม่สามารถป้องกันได้หากติดตั้งหรือใช้งานอย่างผิดวิธี การจัดวางและเทคนิคการทำงานไม่ใช่เรื่องรอง แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้อุปกรณ์บรรลุประสิทธิภาพตามที่ระบุไว้
ตำแหน่งที่ติดตั้งอุปกรณ์มีความสำคัญ
สำหรับตู้ความปลอดภัยชีวภาพ ควรติดตั้งในส่วนของห้องปฏิบัติการที่ห่างจากกระแสลมรบกวน แหล่งที่มาของการรบกวน ได้แก่ หน้าต่าง ช่องลมแอร์ ประตู และทางเดินที่มีการสัญจรสูง สิ่งเหล่านี้สามารถรบกวนม่านอากาศที่ทำให้ตู้ทำงานได้ ไม่ควรติดตั้ง BSC ไว้ข้างตู้ดูดควันสารเคมี ควรเว้นระยะห่างด้านข้าง ด้านบน และด้านหลังตามที่ผู้ผลิตแนะนำ และเพดานต้องมีความสูงเพียงพอเพื่อให้ระบบไหลเวียนอากาศทำงานได้อย่างถูกต้อง
สำหรับตู้ดูดควัน ควรพิจารณาตำแหน่งของช่องลมจ่ายอากาศในห้องเพื่อให้แน่ใจว่าอากาศที่เข้ามาจะไม่รบกวนประสิทธิภาพของตู้ อากาศเสียจากห้องปฏิบัติการไม่ควรหมุนเวียนกลับเข้ามาในห้อง และควรปล่อยออกสู่ภายนอกเหนือระดับหลังคาในความสูงและความเร็วที่เพียงพอเพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับหรือการกลับเข้าสู่อาคารของอากาศที่ปนเปื้อน
หลักการจัดวางเหล่านี้ต้องพิจารณาก่อนติดตั้งอุปกรณ์ ดังนั้นควรปรึกษาทีมอาคารสถานที่หรือทีม EHS เมื่อจะติดตั้งตู้ใหม่ การย้ายอุปกรณ์ภายหลังทำได้ยากกว่าการจัดวางตำแหน่งให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
วิธีการทำงานภายในตู้มีความสำคัญไม่แพ้กัน
สำหรับอุปกรณ์ที่มีช่องเปิดด้านหน้า รวมถึง BSC Class I และ Class II และระบบระบายอากาศเฉพาะที่อย่างตู้ดูดควัน แนวทางปฏิบัติต่อไปนี้จะช่วยรักษาประสิทธิภาพการป้องกัน:
- ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ทำงานถูกต้องก่อนเริ่มงาน ตรวจสอบสัญญาณเตือนและตัวบ่งชี้การไหลของอากาศ
- รักษาความสูงของบานกระจกหรือช่องเปิดด้านหน้าให้ถูกต้อง การเปิดสูงเกินไปจะรบกวนรูปแบบการไหลของอากาศที่ใช้ป้องกัน
- หลีกเลี่ยงการวางของบนพื้นที่ทำงานแน่นเกินไป และอย่าให้สิ่งของขวางช่องรับลม
- ทำงานบริเวณส่วนกลางหรือด้านหลังของพื้นที่ทำงาน แทนที่จะทำบริเวณขอบด้านหน้า
- หลีกเลี่ยงการใช้เปลวไฟ เช่น ตะเกียงบุนเซนหรือตะเกียงแอลกอฮอล์ภายในตู้ เพราะจะทำลายการไหลของอากาศแบบราบเรียบ (laminar airflow)
- ลดการเดินผ่านหน้าอุปกรณ์และลดการเคลื่อนไหวแขนเข้า-ออกโดยไม่จำเป็น เนื่องจากการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งจะทำลายม่านอากาศชั่วคราว
- เปิดพัดลมทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตแนะนำทั้งก่อนและหลังทำงาน
- เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวการทำงานด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมหลังใช้งานทุกครั้ง
สำหรับระบบปิด เช่น BSC Class III ความสำคัญจะเปลี่ยนไป ก่อนเริ่มงานควรตรวจสอบความสมบูรณ์ของถุงมือหรือชุดทำงาน หลีกเลี่ยงของมีคมที่อาจเจาะหรือทำให้ถุงมือเสียหาย ปฏิบัติตามขั้นตอนของหน่วยงานสำหรับการนำวัสดุเข้าและออก เนื่องจากทุกการเคลื่อนย้ายมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน ควรขจัดการปนเปื้อนวัสดุและพื้นผิวภายในก่อนนำออก และก่อน/หลังการใช้งานทุกครั้ง
แนวทางปฏิบัติทางชีวภาพของไทยย้ำประเด็นสำคัญที่ใช้ได้กับอุปกรณ์ทุกประเภท: สวมใส่ PPE ที่เหมาะสม เปลี่ยนถุงมือที่ปนเปื้อนหรือเสียหาย จัดการสารที่หกทันที จัดเก็บพื้นที่ทำงานหลังใช้งาน และล้างมือทุกครั้งหลังถอดถุงมือ
การกรองแบบปลอดเชื้อเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนที่มักทำภายในตู้ความปลอดภัยชีวภาพหรือสภาพแวดล้อมที่สะอาด หากห้องปฏิบัติการของคุณใช้ระบบกรองสุญญากาศหรือระบบกรองด้วยความดันสำหรับเซลล์เพาะเลี้ยง คู่มือการใช้งาน Stericup E และ Steritop E จาก Merck ของเรามีข้อมูลตัวเลือกที่พร้อมจำหน่ายผ่าน Chemical Express Thailand
ก่อนเริ่มงานในอุปกรณ์ควบคุมความปลอดภัยทุกชนิด
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวบ่งชี้การไหลของอากาศและสัญญาณเตือนทำงานถูกต้อง
- ตรวจสอบว่าบานกระจกหรือช่องเปิดด้านหน้าอยู่ในระดับความสูงที่ถูกต้อง
- ตรวจสอบว่าช่องรับลมไม่มีสิ่งของขวางกั้นและพื้นผิวทำงานไม่แน่นจนเกินไป
- สำหรับระบบปิด ให้ตรวจสอบความสมบูรณ์ของถุงมือหรือชุดทำงานก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
ความคาดหวังด้านประสิทธิภาพและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย
การเข้าใจว่าอุปกรณ์ได้รับการออกแบบมาเพื่ออะไร และทราบว่าข้อกำหนดทางกฎหมายของไทยกำหนดไว้อย่างไรสำหรับงานที่คุณดูแล คือส่วนหนึ่งของการจัดการห้องปฏิบัติการอย่างรับผิดชอบ
สิ่งที่ BSC แต่ละ Class คาดหวังว่าจะทำได้
BSC Class I ให้การป้องกันผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมผ่านการไหลของอากาศเข้าและระบายออกผ่านแผ่นกรอง HEPA เป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้จริงสำหรับงานที่ไม่ต้องการการป้องกันชิ้นงาน และการออกแบบการไหลของอากาศที่เรียบง่ายทำให้ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศภายในห้องได้ดีกว่า
BSC Class II เพิ่มการไหลของอากาศลง (downflow) ที่ผ่านแผ่นกรอง HEPA เพื่อปกป้องวัสดุที่ทำงานด้วย ทำให้เป็นประเภทที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดสำหรับงานจุลชีววิทยาและเซลล์เพาะเลี้ยง โดยมีประเภทแยกย่อย 5 แบบ (A1, A2, B1, B2, C1) ซึ่งแตกต่างกันในเรื่องการระบายและการหมุนเวียนอากาศ ความซับซ้อนที่ทำให้ปกป้องชิ้นงานได้นั้นยังทำให้ประสิทธิภาพของ Class II ไวต่อสภาพของห้อง ตำแหน่งที่ติดตั้ง และการรบกวนของอากาศ นี่คือเหตุผลว่าทำไมคำแนะนำด้านการจัดวางและการตรวจสอบประสิทธิภาพเป็นประจำจึงสำคัญมากสำหรับอุปกรณ์เหล่านี้
BSC Class III คือตู้ระบบปิดที่มีความดันเป็นลบ พร้อมระบบจ่ายอากาศและระบายอากาศที่ผ่านแผ่นกรอง HEPA การทำงานทำผ่านถุงมือที่ติดอยู่กับตู้เท่านั้น นี่คืออุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับงานทางชีวภาพที่มีความเสี่ยงสูงสุด ซึ่งไม่สามารถประนีประนอมเรื่องการป้องกันผู้ปฏิบัติงานได้ สำหรับห้องปฏิบัติการที่ทำงานด้านจุลชีววิทยาอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม industrial microbiology ของเรามีวัสดุที่เหมาะสมสำหรับขั้นตอนการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ควบคุม
กรอบกฎหมายไทยสำหรับงานทางชีวภาพและเคมีที่ควบคุม
มีกฎหมายไทยสองฉบับที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเลือกใช้อุปกรณ์ควบคุมความปลอดภัย
พระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. 2558 ให้อำนาจรัฐมนตรีในการออกประกาศกำหนดลักษณะของสถานที่ที่ใช้ในการผลิตหรือครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ที่ควบคุม รวมถึงอุปกรณ์ ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบคุณภาพ ประกาศเหล่านี้ครอบคลุมผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้ครอบครองกลุ่มเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ หากงานของคุณเกี่ยวข้องกับสารเหล่านี้ ประกาศกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้จะเป็นตัวกำหนดข้อกำหนดเฉพาะในการควบคุมความปลอดภัย
พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 สร้างระบบควบคุมตามประเภทสำหรับวัตถุอันตราย ซึ่งรวมถึงสารพิษและสารที่ก่อให้เกิดโรค ขึ้นอยู่กับประเภทของวัตถุอันตราย ข้อกำหนดอาจรวมถึงการแจ้ง การขออนุญาต หรือข้อกำหนดอื่นๆ แม้พระราชบัญญัตินี้จะสร้างกรอบการควบคุมสารเคมีอันตราย แต่ข้อกำหนดเชิงวิศวกรรมเฉพาะ รวมถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับระบบระบายอากาศหรืออุปกรณ์ควบคุม จะถูกกำหนดผ่านกฎหมายลำดับรองและประกาศที่เกี่ยวข้อง
ในทางปฏิบัติ หมายความว่าสิ่งที่จำเป็นสำหรับห้องปฏิบัติการของคุณขึ้นอยู่กับวัสดุควบคุมที่คุณจัดการและประกาศกระทรวงใดที่มีผลบังคับใช้ ควรศึกษารายละเอียดในประกาศที่เกี่ยวข้องและปรึกษาหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อจำเป็น
ห้องปฏิบัติการที่ทำงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางชีวภาพอื่นๆ รวมถึงสารเคมีและวัสดุวิจัยเฉพาะทาง สามารถสำรวจกลุ่ม biology product range ผ่านทาง Chemical Express Thailand สำหรับทีมจัดซื้อและเจ้าหน้าที่ EHS ที่จัดการสารเคมีอันตราย คู่มือ การจัดเก็บสารอันตราย ของเราครอบคลุมหลักการจัดเก็บที่เกี่ยวข้อง ห้องปฏิบัติการที่ทำการวิเคราะห์เซลล์เพาะเลี้ยงอาจพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในหมวด cell culture analysis ของเรา
การเลือก การติดตั้ง และแนวทางปฏิบัติคือการตัดสินใจในแต่ละวันที่จะกำหนดว่าอุปกรณ์ของคุณทำงานได้อย่างที่ตั้งใจหรือไม่ การเข้าใจเป้าหมายการป้องกันของอุปกรณ์แต่ละชนิด และการยืนยันว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของไทยสำหรับวัสดุที่คุณจัดการ จะช่วยให้ห้องปฏิบัติการของคุณอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดก่อนเริ่มงาน
คำถามที่พบบ่อย
เอกสารอ้างอิง
- Biological Safety Cabinets and Other Primary Containment Devices World Health Organization (WHO)
- Maintenance Manual for Laboratory Equipment World Health Organization (WHO)
- Laboratory Biosafety Manual, 4th edition World Health Organization (WHO)
- Pathogens and Animal Toxins Act B.E. 2558 (2015), Thai text Department of Medical Sciences (DMSc), Ministry of Public Health, Thailand
- Risk Assessment (Laboratory Biosafety Manual monograph) World Health Organization (WHO)
- ESPReL Manual for Safety Inspection of Laboratories National Research Council of Thailand (NRCT) / ESPReL
- Laboratory Biosafety Manual, 4th Edition: Laboratory Design and Maintenance World Health Organization (WHO)
- Pathogens and Animal Toxins Act B.E. 2558 (2015), English translation Department of Medical Sciences, Ministry of Public Health
- Biosafety Guidelines for Modern Biotechnology BIOTEC / NSTDA, Thailand
- Personal Protective Equipment (Laboratory Biosafety Manual monograph) World Health Organization (WHO)
- Hazardous Substance Act B.E. 2535 and amendments (English translation) Department of Industrial Works (DIW), Thailand
บริการด้านความปลอดภัยและสารเคมีสำหรับห้องปฏิบัติการ
ต้องการสอบถามผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย อุปกรณ์ควบคุมสารหก หรือสารเคมีสำหรับงานของคุณ ติดต่อ Chemical Express Thailand เพื่อสอบถามข้อมูลสินค้าและคำแนะนำทางเทคนิค